

เราสามารถใช้โปรแกรม Excel สร้างตารางคำนวณได้หลายรูปแบบ ตัวที่จะช่วยเราคงหนีไม่พ้นการนำสูตรและฟังก์ชันมาใช้ ดังนั้นเราควรรู้ความสามารถในการคำนวณของ Excel สามารถทำอะไรได้บ้าง เกี่ยวกับการคำนวณอัตโนมัติ การสร้างสูตร การใช้ฟังก์ชัน หรือการแก้ปัญหา่ในกรณีที่เกิดความผิดพลาดในการเขียนสูตร ซึ่งถ้าเราเข้าใจหลักการต่าง ๆ แล้ว Excel จะช่วยให้เราทำงานได้สะดวกขึ้น และการใช้สูตรไม่ยากอีกต่อไป
การคำนวณอัตโนมัติ
บางขณะที่เราป้อนตัวเลขในตาราง เราอาจจำป็นที่จะต้องตรวจสอบตัวเลขหรือดูผลลัพธ์ว่าถูกต้องหรือไม่โดยไม่ต้องการให้แสดงผลลัพธ์ในตารางนั้น ๆ เราสามารถใช้่การคำนวณอัตโนมัติ ซึ่งจะทำให้สามารถทราบผลลัพธ์ได้ทันที โดยที่ไม่ต้องป้อนสูตรหรือฟังก์ชันใด ๆ ด้วยการดูผลลัพธ์ที่ Status Bar (แถบสถานะ) ซึ่งมีวิธีการใช้ดังนี้
1. |
คลิกเลือกคำสั่ง มุมมอง ในเมนู แถบสถานะ |
2. |
จะปรากฏ แถบสถานะ ด้านล่างของหน้าจอ |
|
3. |
คลิกขวาที่ แถบสถานะ จะปรากฎกล่องแสดงคำสั่ง |
4. |
เลือกคำสั่งที่ต้องการ (ในที่นี่เลือกคำสั่ง ผลรวม) |
5. |
แดรกเมาส์เลือกช่วงเซลล์ที่ต้องการให้คำนวณ |
6. |
จะปรากฏผลลัพธ์ที่ แถบสถานะ |
|
จากวิธีการดังกล่าวจะเห็นว่าเราสามารถเปลี่ยนคำสั่งในการคำนวณได้ตามที่ต้องการดังรูป

การคำนวณโดยใช้สูตร
การใช้สูตรเป็นวิธีที่ใช้ในการคำนวณที่นิยมมากที่สุด เพราะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว และสูตรบางอย่างยังสามารถช่วยคำนวณข้อมูลตัวเลขที่ซับซ้อนได้อีก แต่ละสูตรมีรูปแบบการใช้ที่แตกต่างกันออกไป
การใช้งานสูตรรูปแบบปกติ (Formula)
สูตรรูปแบบปกติจะเป็นสูตรที่เป็นสมการที่ใช้ดำเนินการกับข้อมูลในชีทด้วยการใช้สัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ เช่นเครื่องหมายบวก ลบ คูณ หาร การอ้างอิงเซลล์อื่น หรือสูตรที่ใช้รวมข้อความ เป็นต้น
ตัวอย่าง |
=5-1
=9*8
=B5-A7 |
การใช้งานสูตรแบบฟังก์ชัน (Function)
เราสามารถใช้สูตรแบบฟังก์ชันช่วยคำนวณข้อมูลที่ซับซ้อนหรือมดีปริมาณมากได้ ซึ่งฟังก์ชันใน Excel เป็นสูตรที่กำหนดไว้ล่วงหน้าและถูกสร้างให้เหมาะกับงานเฉพาะอย่าง
ตัวอย่าง |
=SUM(B1:B9)
=AVERAGE(A9:A20)
=COUNT(A1:A5) |
การใช้งานสูตรแบบอาร์เรย์ (Array)
การใช้สูตรแบบอาร์เรย์สามารถทำหลาย ๆ การคำนวณให้คืนค่าเป็นผลลัพธ์เดียวหรือหลายผลลัพธ์ โดยสูตรอาร์เรย์ตั้งแต่ 2 ชุดขึ้นไป
ตัวอย่าง |
| {=SUM((B1:B9)/(A1:A5))} |
สูตรแบบต่าง ๆ จะมีความยากง่ายแตกต่างกันออกไป ซึ่งการสร้างสูตรนั้น เราจะต้องทราบหลักการทำงานของเครื่องหมายและสัญลักษณ์ในสูตร รวมถึงลำดับการคำนวณ เพราะสิ่งเหล่านี้มีผลต่อการแสดงผลลัพธ์ทั้งสิ้น
 
การสร้างสูตรใช้เองนั้นจำเป็นจะต้องทราบถึงหลักกการและองค์ประกอบสำคัญต่าง ๆ ที่ประกอบอยู่ในสูตรรวมถึงลำดับที่เราจะใช้ในการสร้างสูตรด้วย
หลักการสร้างสูตร
โครงสร้างหรือลำดับขององค์ประกอบต่าง ๆ ในสูตร จะเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์ขั้นสุดท้ายซึ่ง Excel จะคำนวณตามรูปแบบที่เรากำหนด โดยปกติ Excel จะคำนวณสูตรจากซ้ายไปขวา แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลำดับของตัวดำเนินการที่มีลำดับเหนือกว่า โดยที่เราสามารถควบคุมลำดับของการคำนวณได้โดยใช้เครื่องหมายวงเล็บเพื่อจัดกลุ่มในการคำนวณที่ควรจะเริ่มทำก่อน
ตัวอย่าง |
| =9+3/2 |
ผลลัพธ์เท่ากับ 10.5 เนื่องจาก Excel จะคำนวณ 3 หาร ด้วย 2 ก่อน ซึ่งจะได้ผลลัพธ์เท่ากับ 1.5 แล้วสุดท้ายนำมาบวกด้วย 9 แต่ถ้าเราใช้วงเล็บเพื่อควบคุมการคำนวณโดยใส่วงเล็บให้ 9 บวกกับ 3 ก่อนแล้วจึงหารด้วย 2 ก็จะต้องใช้สูตร =(9+3)/2 ผลลัพธ์เท่ากับ 6 |
องค์ประกอบสำคัญในการสร้างสูตร
ในการสร้างสูตรใช้งานต่าง ๆ ส่วนประกอบสำคัญต่อไปนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญซึ่งจะเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์ ประกอบด้วย
|
เครื่องหมายเท่ากับ (=) จะเป็นตัวขึ้นต้นเสมอในการสร้างสูตร เพื่อเป็นการระบุให้ Excel รู้ว่าอักขระตัวถัดไปเป็นสูตร |
|
อาร์กิวเมนต์ หรือองค์ประกอบที่จะถูกนำมาคำนวณได้แก่ อาร์กิวเมนต์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขหรือการอ้างอิงเซลล์หรือช่วง ป้ายชื่อ ชื่อ หรือฟังก์ชันแผ่นงาน |
|
ตัวดำเนินการ ในการคำนวณ เช่น เครื่องหมาย ( + ) เครื่องหมายหาร ( / ) |
|
ลำดับการคำนวณ โดยปกติแล้ว Excel จะลำดับการคำนวณเครื่องหมายดังดต่อไปนี้ ตามลำดับ |
| |
1. |
วงเล็บ ( ) |
| |
2. |
คูณ ( * ) หาร ( / ) |
| |
3. |
บวก ( + ) ลบ ( - ) |
| |
หมายเหตุ ลำดับความสำคัญเท่ากันให้คำนวณจากซ้ายไปขวา |
ลำดับที่ Excel ใช้ดำเนินการในสูตร
หากใช้ตัวดำเนินการหลาย ๆ ตัวในสูตรเดียวกัน ใน Excel จะมีลำดับการดำเนินการตามลำดับดังนี้
ลำดับที่ |
ตัวดำเนินการ |
คำอธิบาย |
1 |
: (เครื่องหมายจุดคู่) |
ตัวดำเนินการอ้างอิง |
2 |
(ที่ว่างเดียว) |
ตัวดำเนินการอ้างอิง |
3 |
, (เครื่องหมาจุลภาค) |
ตัวดำเนินการอ้างอิง |
4 |
- |
เครื่องหมายลบ (เช่น -5) |
5 |
% |
เปอร์เซ็นต์ |
6 |
^ |
เลขชี้กำลัง |
7 |
* และ / |
การคูณและการหาร |
8 |
+ และ - |
การบวกและการลบ |
9 |
& |
เชื่อมสายอักขระของข้อความ |
10 |
= <> <=> = <> |
การเปรียบเทียบ |
 
ตัวดำเนินการที่ใช้ในสูตร (Operator)
เครื่องหมายหรือตัวดำเนินการคือ องค์ประกอบหนึ่งในสูตรโดยจะระบุชนิดของการคำนวณที่ต้องการ ซึ่ง Excel จะแบ่งตัวดำเนินการออกเป็น 4 ประเภท คือ คณิตศาสตร์ การเปรียบเทียบ ข้่อความ และการอ้างอิง
ตัวดำเนินการทางคณิตศาสตร์ (Arithmetic Operator)
ตัวดำเนินการทางคณิืตศา่สตร์ ใช้คำนวณด้วยวิธีทางคณิตศาสตร์ขั้นพื้นฐาน เช่น การบวก ลบ คูณ หาร การรวมตัวเลข กา่รหาผลลัพธ์ต่าง ๆ
เครื่องหมาย |
ความหมาย |
ตัวอย่าง |
+ |
การบวก |
5+3 |
- |
การลบ |
9-4 หรือ -1 |
* |
การคูณ |
5*6 |
/ |
การหาร |
10/3 |
% |
เปอร์เซ็นต์ |
2% |
^ |
เลขชี้กำลัง |
2^2 (หรือ 2*2) |
ตัวดำเนินการเปรียบเทียบ (Comparison Operator)
เราสามารถใช้ตัวดำเนินการเปรียบเทียบเพื่อการเปรียบค่าสองค่า โดยผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นค่าทางตรรกศาสตร์คือ True หรือ False
เครื่องหมาย |
ความหมาย |
ตัวอย่าง |
= |
เท่ากับ |
C5=D5 |
> |
มากกว่า |
C5>D5 |
< |
น้อยกว่า |
C5<D5 |
>= |
มากกว่าหรือเท่ากับ |
C5>=D5 |
<= |
น้อยกว่าหรือเท่ากับ |
C5<=D5 |
<> |
ไม่เท่ากับ |
C5<>D5 |
ตัวดำเนินการข้อความ (Text Concatenation Operator)
ตัวดำเนินการข้อความจะใช้เครื่องหมาย (&) ในการรวมข้อความหรือคำ 2 คำขึ้นไป เพื่อให้เป็นข้อความเดียวกัน
เครื่องหมาย |
ความหมาย |
ตัวอย่าง |
& |
เชื่อมหรือนำคำ 2 คำมาต่อกีนทำให้เกิดค่าข้อความต่อเนื่องที่เป็นค่าเดียวกัน |
"Lampamg"&"Kanlayanee"
ผลลัพธ์เป็น
LampangKanlayanee |
ตัวดำเนินการสำหรับอ้างอิง (Reference Operator)
ตัวดำ้เนินการอ้่างอิงถูกนำมาใช้เพื่อรวมช่วงของเซลล์สำหรับการคำนวณ
เครื่องหมาย |
ความหมาย |
ตัวอย่าง |
: (จุดคู่) |
ตัวดำเนินการช่วง โดยจะอ้างอิงเป็นช่วง ระหว่างจุดอ้างอิงที่หนึ่งกับจุดอ้างอิงที่สอง |
B1:B9 |
, (จุลภาค) |
ตัวดำเนินการส่วนรวม ซึ่งเป็นตัวรวมการอ้างอิงหลาย ๆ ชุดเช้าด้วยกันเป็นการอ้างอิงหนึ่งชุด |
SUM(A5:a12,C1:C5) |

ขอขอบพระุคุณ : หนังสือ สูตร & ฟังก์ชัน Excel ฉบับใช้งานจริงในสำนักงาน โดยชุญาดา เส้งโสตะ
  
H-o-M-e
ครูขวัญจิตร สุวรรณวงศ์
สาระคอมพิวเตอร์ โรงเรียนลำปางกัลยาณี
www.lks.ac.th/kuanjit
e-mail : suwannawongse@hotmail.com |