ความรู้เกี่ยวกับการกาชาดสากล

ความรู้เกี่ยวกับการกาชาดสากล
          กาชาดเป็นองค์การกุศลอาสาสงเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ในการที่จะช่วยรักษาพยาบาลผู้ป่วยไข้และบาดเจ็บในเวลาสงครามและในยามสงบ กับทั้งทำการบรรเทาทุกข์ในเหตุการณ์สาธารณภัยพินาศโดยไม่เลือกชาติ ชนชั้น สิทธิศาสนา หรืออุดมคติในทางการเมืองของผู้ประสบภัย แต่ยึดหลักมนุษยธรรมเป็นที่ตั้ง

ผู้ให้กำเนิดการกาชาด

          นายอังรี ดูนังต์ (Henry Dunant) เป็นชาวสวิส เกิดเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ.2371
ณ กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นบุตรผู้มีตระกูลสูงของเมืองนั้น มีความเลื่อมใสในศาสนาอย่างแรงกล้า มีจิตเมตตากรุณาต่อเพื่อนมนุษย์ และชอบทำกุศลช่วยเหลือผู้ยากไร้หรือผู้ตกทุกข์ทรมาน ดูนังต์ ได้รับรางวัลโนเบลประเภทสันติ ซึ่งให้เป็นครั้งแรกในปี 2444 (ร่วมกับ เอฟ. ปาสสีชาวฝรั่งเศสผู้เริ่มขบวนการสันติ) เมื่อมีอายุ 73 ปี ดูนังต์ ถึงแก่กรรมเมื่อ วันที่ 30 ตุลาคม 2453 ขณะมีอายุ 82 ปี

สาเหตุที่ทำให้เกิดการกาชาด
      เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2402 ได้เกิดสงครามขึ้นที่หมู่บ้านซอลเฟริโน เมืองลอมบาดี ในประเทศอิตาลี เป็นสงครามระหว่างพระเจ้านโปเลียนที่ 3 กับพระเจ้าวิคเตอร์เอมมานูเอลที่ 2 กษัตริย์แห่งซาดิเนีย ทำการรบกับจักรพรรดิฟรานซิสโจเซฟที่ 1 แห่งออสเตรีย ในการรบครั้งนั้นนับว่าเป็นสงครามที่นองเลือดที่สุดในศตวรรษที่ 19 เพราะในชั่วระยะที่ทำการรบกันเพียง 15 ชั่วโมง ได้มีทหารตายและบาดเจ็บถึง 40,000 คน

          ในขณะที่สงครามกำลังดำเนินอยู่อย่างดุเดือดนั้น ดูนังต์จึงได้ตัดสินใจเข้าหาพระเจ้านโปเลียนที่ 3 ด้วยตนเอง และเดินทางไปยังภาคเหนือของอิตาลีที่หมู่บ้านซอลเฟริโน (Solferino) อยู่ทางใต้ของทะเลสาบการ์ดา (Garda) ในเดือนมิถุนายน 2402 ซึ่งขณะนั้นดูนังต์มีอายุ 31 ปี ประจวบกับกองทัพฝรั่งเศสได้ช่วยอิตาลีรบออสเตรีย ทหาร 4 แสนคนต่อสู้กัน มีทหาร 4 หมื่นคนล้มตายและบาดเจ็บ
เกลื่อนกลาดทั่วสนามรบโดยไม่มีผู้รักษาพยาบาล ภาพอันสยดสยองนี้ทำให้ดูนังต์ลืมเรื่องราวที่จะร้องเรียนต่อพระเจ้า นโปเลียนเสียสิ้น ดูนังต์ได้ลงมือช่วยเหลือผู้บาดเจ็บด้วยตนเอง แล้วขอร้องประชาชนหญิงในท้องถิ่นนั้นมาช่วยด้วย
     หลังจากที่ อังรี ดูนังต์ ได้ไปพบเหตุการณ์สงครามที่หมู่บ้านซอลเฟริโน ดูนังต์ได้เขียนหนังสือขึ้นเล่มหนึ่งเมื่อ 3 ปีต่อมาให้ชื่อว่า "Un Souvenir de Solferino" (A Memory of Solferino) แปลว่า "ความทรงจำที่ซอลเฟริโน" และกล่าวตอนหนึ่งเป็นเชิงรำพึงว่า "จะเป็นไปไม่ได้หรือที่จะตั้งองค์การอาสาสมัคร ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือทหารบาดเจ็บในยามสงคราม" ในที่สุดได้มีผู้เสนอความคิดของดูนังต์ต่อสมาคมสงเคราะห์สาธารณะแห่งเจนีวา (Public Welfare Society of Geneva) และสมาคมได้มีการประชุมกันในวันจันทร์
ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2506 เวลา 18.00 น. ณ ชั้นล่างของสถานคาสิโน การประชุมมีระเบียบวาระรวม 5 ข้อระเบียบวาระข้อที่ 3 เกี่ยวกับข้อเสนอของ ดูนังต์

คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ
           ที่ประชุมได้ตกลงตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณารายละเอียดข้อเสนอ คณะอนุกรรมการประกอบด้วยกรรมการ 5 คน ซึ่งเรียกกันว่า"Committee of Five" กรรมการผู้มีชื่อเสียงที่สุดคือ นายอังรี ดูนังต์ ซึ่งมีอาชีพเป็นนายธนาคารส่วนกรรมการอื่นๆ อีก 4 คน คือ นายพลกิโยม อังรี ดูฟูร์ (General Gillaume Henry Dufour) เทโอดอร์ โมมัวร์ (Theodore Maunuir) และ ลุยซ์ อัปปิอา (Louis Appia) ซึ่งเป็นแพทย์ทั้งสองคน กรรมการคนสุดท้ายคือ กุสตาฟ มัวนิเอร์ (Gustave Moynier) เป็นทนายและนายกสมาคมสงเคราะห์สาธารณะแห่งนครเจนีวา ซึ่งต่อมาได้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศอยู่เป็นเวลาถึง 45 ปี ฉะนั้น ถ้ากล่าวว่า อังรี ดูนังต์ เป็นผู้ริเริ่มกิจการ กาชาด กุสตาฟ มัวนิเอร์ ก็เป็นสถาปนิกในการจัดตั้งกาชาด
ในการประชุมคณะอนุกรรมการครั้งแรก เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2406 คณะอนุกรรมการได้ลงมติ เรียกตนเองว่า คณะกรรมการระหว่างประเทศเพื่อการบรรเทาทุกข์นักรบบาดเจ็บ" (International Committee for the Relief of Wounded Combatants) และนายพลดูฟูร์ ได้รับเลือกเป็นประธาน ในปี 2423 "คณะกรรมการระหว่างประเทศเพื่อการบรรเทาทุกข์นักรบบาดเจ็บ" ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "คณะ กรรมการกาชาดระหว่างประเทศ" (International Committee of the Red Cross) ดังที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน คณะ กรรมการประกอบด้วยบุคคลชาวสวิสไม่เกิน 25 คน และยึดถือหลักการความเป็นกลาง มีสำนักงานใหญ่อยู่ ณ นครเจนีวา มีหน้าที่สำคัญคือ ดูแลให้มีการยอมรับนับถือและปฏิบัติตามอนุสัญญา เจนีวา (Geneva Conventions) และอำนวยบริการของกาชาดเมื่อเกิดขัดแย้งระหว่างประเทศหรือภายในประเทศ นอกจากนี้คณะกรรมการฯมีหน้าที่รับรองสภากาชาดของประเทศต่างๆ

หน้าที่ของคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ
           คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศมีฐานะเป็นกลางและอิสระ หน้าที่สำคัญของคณะกรรมการฯ นอก จากดูแลให้มีการยอมรับนับถือและปฏิบัติตามอนุสัญญาเจนีวาแล้ว ยังต้องชี้แจงและเผยแพร่อนุสัญญาอีกด้วย คณะกรรมการฯ ธำรงรักษาหลักการกาชาด ซึ่งมีหลักการมูลฐานอยู่ 7 ประการ คือ มนุษยธรรม ความไม่ ลำเอียง ความเป็นกลาง ความเป็นอิสระ บริการอาสาสมัคร ความเป็นเอกภาพ และความเป็นสากล คณะกรรมการทำหน้าที่เป็นสื่อกลางเมื่อเกิดการขัดแย้งทางอาวุธหรือความไม่สงบภายใน หรือเกิดสงครามกลาง เมืองหรือสงครามระหว่างประเทศ ในการนี้คณะกรรมการฯ จะส่งคำวิงวอนให้คู่กรณียอมรับนับถือบทบัญญัติเกี่ยว กับมนุษยธรรมของอนุสัญญาเจนีวา และคณะกรรมการฯ จะให้ความช่วยเหลือตามที่ต้องการ อนึ่ง คณะกรรมการ มีหน้าที่ดูแลผู้ประสบภัยสงครามได้รับความคุ้มครองและช่วยเหลือ ตรวจตราค่ายและสภาวะของเฉลยศึกและผู้ถูก ควบคุม แล้วเสนอรายงานต่อรัฐบาลของประเทศผู้ทำการควบคุม และรัฐบาลของประเทศที่พลเมืองของตนถูกควบ คุม สอดส่องดูแลการบรรเทาทุกข์สำหรับทหารและพลเรือนผู้ประสบภัย สืบเสาะแหล่งที่อยู่ของผู้พลัดถิ่น และจัด ส่งสิ่งของไปให้เฉลยศึกและผู้ที่ถูกควบคุมด้วย

          นอกจากคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศแล้ว กาชาดยังมีองค์กรซึ่งทำหน้าที่ประสานงานของ สภากาชาด ประเทศต่างๆ เรียกว่า "สหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ" (ในอดีต เรียกว่า สันนิบาตสภากาชาด) ก่อตั้งขึ้นในปี 2462 เป็นสหพันธ์ของสภากาชาดทั่วโลก ปัจจุบันสภากาชาดและสภา เสี้ยววงเดือนแดงประเทศต่างๆ เป็นสมาชิก แล้ว 181 ประเทศ ทุกๆ 4 ปี ประเทศสมาชิกสภากาชาดระหว่างประเทศจากทั่วโลก จะมาประชุมกันครั้งหนึ่ง เพื่อกำหนดทิศ ทางและเป้าหมายต่อไป

แผนผังแสดงการจัดแบ่งสายงานของคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ

   
H-o-M-e

ครูขวัญจิตร สุวรรณวงศ์
สาระคอมพิวเตอร์ โรงเรียนลำปางกัลยาณี
www.lks.ac.th/kuanjit
e-mail : suwannawongse@hotmail.com